f
title
สำนักงานทางหลวงที่ 17
OFFICE OF HIGHWAYS 17
วิสัยทัศน์ : ระบบทางหลวงที่สะดวกปลอดภัยเชื่อมโยงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
 
ข่าวสารทางหลวง
title
กรมทางหลวงเร่งสำรวจออกแบบโครงข่ายสนับสนุนการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลภาคใต้ด้านตะวันตกบน ทล. 4 สาย อ.กะเปอร์ – อ.สุขสำราญ จ.ระนอง รองรับการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน

กรมทางหลวงเร่งสำรวจออกแบบโครงข่ายสนับสนุนการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลภาคใต้ด้านตะวันตกบน ทล. 4 สาย อ.กะเปอร์ – อ.สุขสำราญ จ.ระนอง รองรับการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบนโยบายผลักดันให้กรมทางหลวงเร่งดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทุกมิติ ยกระดับถนนด้านความปลอดภัยและเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม อีกทั้งยังขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมเร่งรัดให้กรมทางหลวงดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบโครงข่ายสนับสนุนการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลภาคใต้ด้านตะวันตกบนทางหลวงหมายเลข 4 สาย อ.กะเปอร์ – อ.สุขสำราญ  กรมทางหลวง  โดยสำนักสำรวจและออกแบบขานรับนโยบายดังกล่าวจึงเร่งดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบเพื่อขยายทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ให้มีขนาด 4 ช่องจราจร  เนื่องจากสภาพเส้นทางเดิมเป็นทางลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตขนาด 2 ช่องจราจร พื้นที่เป็นที่ราบสลับลูกเนินทำให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าไม่ได้รับความสะดวก กรมทางหลวงได้เล็งเห็นความสำคัญจึงดำเนินโครงการดังกล่าว โดยมีจุดเริ่มต้นที่ กม. 648+000   พื้นที่ ต.กะเปอร์ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง แนวเส้นทางจะผ่านโรงพยาบาลกะเปอร์  ทางแยกทางหลวงหมายเลข 4130 ไป บ.บ้านนา และตัดผ่านชุมชน บ.ชาคลี และ บ.บางมัน จนกระทั่งสิ้นสุดโครงการที่ กม. 673+800 (บริเวณบ้านบางมัน) อยู่ในพื้นที่ ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง  โดยใช้วงเงินงบประมาณในการก่อสร้างโครงการ  1,930 ล้านบาท  ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดเตรียมรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)  เพื่อจัดส่งให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาต่อไป คาดว่าเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2568 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี มีรายละเอียดงานดังนี้  สำหรับรูปแบบโครงการได้ออกแบบรูปตัดทางหลวงหลายรูปแบบแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศมี 3 ลักษณะ คือ      รูปแบบโดยทั่วไปบริเวณพื้นที่ราบและลูกเนิน ดำเนินการออกแบบดังนี้   -  ออกแบบขนาด 4 ช่องจราจร (ไป - กลับทิศทางละ 2 ช่องจราจร)  มีเกาะกลางแบบแท่งแบริเออร์(Median Barrier) ความกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50  เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.20 เมตร  เกาะกลางแบบแท่งคอนกรีตกว้าง 3 เมตร    บริเวณพื้นที่ผ่านย่านชุมชน ออกแบบเป็นทางขนาด 8 ช่องจราจร ดังนี้     2.1 บริเวณพื้นที่ บ.บางหิน ออกแบบขนาด 8 ช่องจราจร มีขนาดช่องจราจรสายหลักจำนวน 4 ช่องจราจร (ไป - กลับ ทิศทางละ 2 ช่องจราจร)  เกาะกลางแบบแท่งแบริเออร์ (Median Barrier) และเกาะยก (Raised Median)  /ปูด้วยพื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย (Stamped Concrete) กว้างช่องละ 3.50 เมตร  ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร ด้านในกว้าง 1.50 เมตร ช่องจราจรทางขนานข้างละ 2 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3 เมตร เกาะกลางแบบแท่งแบริเออร์ (Median Barrier) หรือเกาะกลางแบบยก (Raised Median) กว้าง 3 เมตร มีการก่อสร้างรางระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กด้านซ้ายทางกว้าง 3 เมตร   2.2 บริเวณพื้นที่ย่านชุมชน อ.กะเปอร์ และ บ.บางมัน ได้ออกแบบทางหลวงย่านชุมชนขนาด 8 ช่องจราจร มีขนาดช่องจราจรสายหลัก 4 ช่องจราจร (ไป - กลับ ทิศทางละ  2 ช่องจราจร)  กว้างช่องละ 3.50 เมตร   ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร ด้านในกว้าง 1.50 เมตร ช่องจราจรทางขนานข้างละ 2 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2 เมตร ด้านในกว้าง 0.50 เมตร มีเกาะกลางแบบแท่งแบริเออร์ (Median Barrier)  และแบบเกาะกลางแบบยก (Raised Median) กว้าง 3 เมตร และทางเท้ากว้าง 3.50 เมตร พร้อมระบบระบายน้ำและระบบสาธารณูปโภคสองข้างทางหลวง 3. แนวเส้นทางโครงการช่วงตัดผ่านพื้นที่ภูเขาชาคลี รูปตัดทางหลวงจะเป็นทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร (ไป - กลับ ทิศทางละ  2 ช่องจราจร)  ความกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50  เมตร  ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.20  เมตร  เกาะกลางแบบแท่งแบริเออร์ (Median Barrier) กว้าง 3 เมตร และมีช่องจราจรสำหรับรถบรรทุก (Climbing Lane)  1 ช่องจราจร ความกว้าง 3.50 เมตร โดยรูปแบบจะมีทั้งการขยายทางหลวงเข้าไปทางด้านภูเขาซึ่งอยู่ขวาทางและรูปแบบที่มีการตัดภูเขาเพื่อปรับความลาดชันของถนนและช่วงที่ต้องปรับแก้โค้งราบให้มีความปลอดภัย  ทั้งนี้ เส้นทางโครงการมีบางช่วงที่ตัดผ่านย่านชุมชนและทางหลวงท้องถิ่น จึงได้ออกแบบจัดการจราจร ดังนี้ - รูปแบบที่ 1 รูปแบบสะพานทางลอดกลับรถ (Bridge for Underpass)  จำนวน 9 แห่ง  โดยรูปแบบนี้เป็นการก่อสร้างสะพานบกบนทางหลวงโครงการให้ถนนท้องถิ่นลอดผ่านและกลับรถ ออกแบบให้มีความสูงเพียงพอที่รถประเภทต่างๆ สามารถลอดผ่านได้ เพื่อให้ประชาชนใช้งานได้สะดวกและปลอดภัย - รูปแบบที่ 2 รูปแบบจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลอง จำนวน  13 แห่ง  โดยรูปแบบนี้จะเป็นการก่อสร้างจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลอง ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนในท้องถิ่นใช้ระบบกลับรถในโครงการให้มีความปลอดภัยขึ้น ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยยกระดับโครงข่ายทางหลวงสนับสนุนการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลภาคใต้ด้านตะวันตก รองรับการเดินทางและภาคขนส่งในพื้นที่ภาคใต้ อันเป็นฟันเฟืองสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 และแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (พ.ศ. 2566 – พ.ศ. 2570) รวมทั้งสอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดระนองตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน (Southern Economic Dorridor : SEC) และความเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์หรือสะพานระเบียงเศรษฐกิจ) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคและประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ----------------------------- สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ Website : www.doh.go.th Facebook : @departmentofhighway Twitter : @prdoh1 ------------------------------ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมทางหลวง วันที่ 18 พฤษภาคม 2565
title
กรมทางหลวงพร้อมรับฤดูฝน สั่งการทุกหน่วยงานเคลียร์เส้นทางทั่วประเทศ-ช่วยเหลือประชาชนตามนโยบาย รมว.คมนาคม

กรมทางหลวงพร้อมรับฤดูฝน  สั่งการทุกหน่วยงานเคลียร์เส้นทางทั่วประเทศ-ช่วยเหลือประชาชนตามนโยบาย รมว.คมนาคม           นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง  เปิดเผยว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิดเนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนปี 2565 อย่างเป็นทางการในวันนี้ (13 พฤษภาคม 2565) และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม 2565 นี้ ซึ่งอาจทำให้หลายพื้นที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เกิดวาตภัย ต้นไม้ล้มทับทาง ดินโคลนถล่ม ส่งผลกระทบต่อระบบคมนาคมขนส่งและการสัญจรของประชาชนผู้ใช้เส้นทาง และเพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาสถานการณ์ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น  จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดประกอบด้วย สำนักงานทางหลวง ศูนย์สร้างทาง ศูนย์สร้างและบูรณะสะพาน แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการเตรียมความพร้อม เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้กับประชาชนตามมาตรการ ดังนี้ ขั้นเตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย              -  ตรวจสอบสภาพความเรียบร้อยของผิวทาง ต้องไม่มีหลุมบ่อ พร้อมสำรวจพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ สะพาน  ท่อระบบน้ำ ร่องน้ำในเขตทางให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งานและดำเนินการขุดลอกร่องระบายบริเวณสองข้างทาง  ทำความสะอาดช่องทางระบายน้ำ กำจัดเศษขยะวัชพืชมิให้กีดขวางทางระบบน้ำ ตัดแต่งกิ่งไม้             - จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องมือและรถช่วยเหลือฉุกเฉินออกช่วยเหลือประชาชนบนทางหลวง พร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยขนย้ายสิ่งของ             - จัดเตรียมเครื่องจักร ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ เครื่องสูบน้ำ สิ่งอำนวยความปลอดภัยป้ายจราจร หรือป้าย Knock Down  ป้ายแนะนำเส้นทาง หลักนำทาง ไฟกระพริบ ฯลฯ ให้สามารถใช้งานได้ทันที ขั้นรับเหตุขณะเกิดภัยพิบัติ              -  ให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุดรวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้น              -  ตั้งจุดให้บริการประชาชน จัดรถ Mobile Service  ช่วยเหลือประชาชนกรณีรถเสียบนทางหลวง  ช่วยขนย้ายประชาชนและสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย และจัดรถบรรทุกไว้บริการรับส่งประชาชนในพื้นที่ประสบภัย รวมถึงให้บูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชน              -   เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงหรือมีความจำเป็นเร่งด่วนให้ผู้บริหารในพื้นที่ดำเนินแก้ไขปัญหาทันที และรายงานผู้บริหารในส่วนกลางจนกว่าเหตุการณ์จะยุติ และเมื่อเกิดเหตุทางขาด สะพานขาดหรือชำรุด ให้ขอความร่วมมือจากศูนย์สร้างทาง ศูนย์สร้างและบูรณะสะพาน เพื่อขอรับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่เครื่องจักรและสะพานเบลีย์ (สะพานเหล็กชั่วคราว) ให้เข้าดำเนินการให้เข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับแขวงทางหลวงโดยทันที .           - ให้ทุกหน่วยงานติดตามเฝ้าระวังและรายงานข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าระบบบริหารงานภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินของกรมทางหลวงอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะปกติ รวมถึงให้ติดตามการเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อย่างใกล้ชิด              - จัดทำแผนที่ทางเลี่ยงและประชาสัมพันธ์แจ้งให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางทราบ              -  สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ให้บริการสอบถามเส้นทางและให้ความช่วยเหลือแนะนำเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง ขั้นการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ               - สำรวจ ซ่อมแซม และแก้ปัญหาเส้นที่ได้รับความเสียหาย และเยียวยาหลังสถานการณ์คลี่คลายในทุกมิติเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาสัญจรได้อย่างสะดวกปลอดภัย           นอกจากนี้ยังได้กำชับหน่วยงานในสังกัดกรณีเกิดภัยพิบัติให้ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสนับสนุนเครื่องมือเครื่องจักร ยานพาหนะ กรณีมีการร้องขอจากหน่วยงานอื่นๆ หรือประชาชน  พร้อมขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะเกิดความสุ่มเสี่ยง พร้อมขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586  (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโม ------------------------------  วันที่ 13 พฤษภาคม 2565 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมทางหลวง
title
สืบเนื่องจากกรณีเสาหลักยางพาราที่ปรากฏตามสื่อในพื้นที่จังหวัดน่าน กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ขอชี้แจงรายละเอียดความเป็นมาของโครงการดังนี้

โครงการดังกล่าวเป็นโครงการตามนโยบายกระทรวงคมนาคม เพื่อส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศและช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ได้จัดทำความต้องการในส่วนของเสาหลักนำทางยางพาราที่จะมาติดตั้งโดยจะนำมาติดตั้งเพื่อทดแทนส่วนที่ชำรุดเสียหายและติดตั้งเพิ่มเติมในส่วนที่มีความจำเป็น สำหรับโครงการนี้ กระทรวงคมนาคมนำผลการศึกษาเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 เพื่อเสนอแนวทางการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน และได้มีการบูรณาการความร่วมมือทำข้อตกลง (MOU) กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อนำยางพารามาใช้ในอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยที่ส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 โดยข้อตกลงได้กำหนดให้นำยางพาราไปใช้ประโยขน์ด้านการจราจรและความปลอดภัยในหน่วยงานของกระทรวงคมนาคม และเพื่อส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางโดยตรงโดยใช้เสาหลักนําทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) โดยมีวัตถุประสงค์ - 1. เพื่อช่วยยกระดับราคายางพารา เพิ่มรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยางพาราและระบายผลผลิตยางพาราอย่างเป็นรูปธรรม- 2. เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ลดความรุนแรงของการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากคุณสมบัติของวัสดุยางพารามีความยืดหยุ่น กระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะทำงานระดับกระทรวงเพื่อกำหนดรูปแบบ คุณสมบัติ การควบคุมคุณภาพ และเพื่อกำหนดราคากลาง โดยจากผลการศึกษาของคณะทำงานได้กำหนดรูปแบบเสาหลักยางพาราจะอ้างอิงขนาดต่าง ๆ ตามเสาหลักนำทางคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีใช้อยู่ แต่จะมีลักษณะกลวงด้านใน โดยการผลิตเกษตรกรจะผสมน้ำยางข้นกับสารเคมีตามสัดส่วนจากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แล้วเทลงในแบบพิมพ์ จากนั้นจะถอดแบบพิมพ์ออกเพื่อทำการอบตามระยะเวลาและวิธีการตามข้อกำหนด ทั้งนี้คณะทำงานยังได้พิจารณาราคากลางจากการสืบราคาสารเคมี และราคาเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต เพื่อคำนวณตามหลักการการคิดราคางานก่อสร้าง เนื่องจากราคาน้ำยางข้นมีการผันแปรตลอดเวลา คณะทำงานได้มีการสรุปราคาแนะนำ โดยราคาเสาหลักนำทางยางพาราจะแปรผันตามของราคาน้ำยางข้นที่แตกต่างกันไป จากนั้นกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการจัดซื้อเสาหลักนำทางยางพารา โดยดำเนินการตามกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ครบถ้วน เป็นการซื้อตรงจากสหกรณ์ชาวสวนยางที่ได้รับการรับรอง ตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 และแนวทางปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) (เรียกกันว่า ว.89) ที่กรมบัญชีกลางประกาศเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 โดยให้หน่วยงานของรัฐสามารถจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐสนับสนุนตามรายละเอียดในกฎกระทรวงได้ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงสำหรับกรณีราคาเสาหลักนำทางยางพาราตามที่ปรากฏในสื่อเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา กรมทางหลวงโดยแขวงทางหลวงน่านที่ 1 ได้เตรียมการจัดซื้อเสาหลักนำทางยางพารา ตามแนวทางของกฎกระทรวงการคลัง และได้แจ้งสหกรณ์ยางพาราต่าง ๆ ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และได้รับการประกาศว่าเป็นสหกรณ์ที่ได้รับการรับรองให้ผลิตเสาหลักนำทางยางพาราโดยผ่านการตรวจสอบโรงผลิตโดยคณะทำงานร่วมหลายหน่วยงาน เมื่อสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดลำปาง ได้ส่งมอบหลักนำทางที่มีผลการทดสอบผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน แขวงทางหลวงน่านที่ 1 ที่ได้ตรวจรับและนำเสาหลักนำทางยางพารามาติดตั้งในสายทางหลวง โดยการติดตั้งดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของแขวงทางหลวงเอง ซึ่งด้วยคุณสมบัติของเสาหลักนำทางยางพาราที่มีความยืดหยุ่นและเป็นลักษณะกลวงตามแบบมาตรฐานเจ้าหน้าที่จึงได้ประยุกต์ใช้วัสดุหลายประเภทเพื่อเป็นแกนกลาง ให้ง่ายและสะดวกในการติดตั้งรวมถึงสามารถติดตั้งได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ กรมทางหลวงขอยืนยันว่า เสาหลักนำทางยางพาราที่ติดตั้งแล้วนั้นเป็นไปตามแบบมาตรฐาน และการคิดราคาเป็นไปตาม พรบ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทุกประการ