วิสัยทัศน์ : ระบบทางหลวงที่สะดวกปลอดภัยเชื่อมโยงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
title
สำนักงานทางหลวงที่ 17
OFFICE OF HIGHWAYS 17
ข่าวสารทางหลวง

 

27 ก.พ.
title
กรมทางหลวง เตรียมเก็บค่าผ่านทาง มอเตอร์เวย์ ช่วงพัทยา-มาบตาพุด เริ่ม 1 มี.ค. 64

??ข่าวประชาสัมพันธ์กรมทางหลวง วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564?? กรมทางหลวง เตรียมเก็บค่าผ่านทาง มอเตอร์เวย์ ช่วงพัทยา-มาบตาพุด เริ่ม 1 มี.ค. 64 กรมทางหลวง เตรียมจัดเก็บค่าผ่านทาง มอเตอร์เวย์สาย 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด ตลอดสาย ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป หลังเปิดให้ใช้บริการฟรี ส่วนต่อขยาย ช่วงพัทยา – มาบตาพุด ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา โดยมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ช่วยส่งเสริมการเดินทางระหว่างจังหวัดและระหว่างภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ทล.จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ในส่วนต่อขยาย ช่วงพัทยา-มาบตาพุด ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.64 เป็นต้นไป โดยจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแบบระบบปิด (Closed System) ตลอดเส้นทาง ซึ่งมีการควบคุมทางเข้า-ทางออกอย่างสมบูรณ์ (Fully Controlled Access) ช่วยให้ผู้ใช้ทางสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย รวมทั้งมีระบบการให้ความช่วยเหลือดูแลผู้ใช้เส้นทางตลอดเส้นทาง 24 ชั่วโมง โดยเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางที่จัดเก็บได้ทั้งหมด กรมทางหลวงจะนำฝากบัญชีเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ซึ่งนำฝากไว้กับกระทรวงการคลังเพื่อนำไปใช้บำรุงรักษาทาง สะพาน และเพิ่มประสิทธิภาพระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบกล้องวงจรปิด CCTV โทรศัพท์ฉุกเฉิน การให้บริการหน่วยกู้ภัย เป็นต้น รวมถึง การนำไปใช้ในการก่อสร้างขยายโครงข่ายมอเตอร์เวย์ในสายอื่นๆ ในอนาคต เช่น ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณแผ่นดินและรักษาวินัยทางการเงินของภาครัฐ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมระบบโลจิสติกส์และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศด้วย ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 1 มี.ค. 64 เป็นต้นไป เฉพาะผู้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 7ที่เดินทางผ่านส่วนต่อขยายช่วงพัทยา – มาบตาพุด จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทางเพิ่มขึ้น เช่น ค่าธรรมเนียมผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ จากกรุงเทพฯ ถึง มาบตาพุด (ด่านฯ อู่ตะเภา) จากเดิม 105 บาท เป็น 130 บาท หรือ จากพัทยา ถึง มาบตาพุด (ด่านฯ อู่ตะเภา) จากเดิมวิ่งฟรี จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทาง 30 บาท เป็นต้น สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมผ่านทางตลอดเส้นทาง บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ - บ้านฉาง ช่วงกรุงเทพฯ - ชลบุรี - พัทยา - มาบตาพุด ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 64 เป็นต้นไป แยกตามประเภทยานพาหนะได้ดังนี้ รถยนต์ 4 ล้อ 10-130 บาท, รถยนต์ 6 ล้อ 15-210 บาท และรถยนต์มากกว่า 6 ล้อขึ้นไป 20-305 บาท โดยผู้ที่เดินทางสามารถเข้าออกได้ทุกด่าน อย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ - บ้านฉาง เป็นหนึ่งในโครงข่ายสำคัญตามแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ระยะ 20 ปี เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเดินทางและขนส่งทางถนน ถือเป็นทางเลือกในการเดินทางที่สำคัญ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและโลจิสติกส์ของภาคอุตสาหกรรม เติมเต็มโครงข่ายคมนาคมขนส่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เชื่อมโยงการขนส่งทั้งทางน้ำและทางอากาศ เชื่อมด่านการค้าชายแดนและพื้นที่อุตสาหกรรมหลัก ตลอดจนการเดินทางระหว่างภูมิภาค ซึ่งเป็นการแบ่งเบาปริมาณการจราจรจากทางหลวงสายหลัก ขยายโอกาสการค้าและการลงทุน ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออก รวมไปถึงภาคการส่งออกของประเทศ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน 27 กุมภาพันธ์ 2564 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมทางหลวง

 

04 ก.พ.
title
กิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน กิจกรรมยกระดับมาตรฐานและเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง ทางหลวงหมายเลข 4 ตอน อ่าวเคย - บางนายสี ระหว่าง กม.704+825 - กม.706+000

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม  2563 แขวงทางหลวงพังงา ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน กิจกรรมยกระดับมาตรฐานและเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง ทางหลวงหมายเลข 4 ตอน อ่าวเคย – บางนายสี ระหว่าง กม.704+825 - กม.706+000 ณ ห้องประชุมพลับพลาพลึงธาร ที่ว่าการอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ซึ่งในปีงบประมาณ 2564 แขวงทางหลวงพังงา จะดำเนินการก่อสร้างขยายถนนดังกล่าว ให้เป็นทาง 4 ช่องจราจร ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต แบ่งทิศทางจราจร ด้วยเกาะกลางแบบยก ระยะทาง 1.175 กิโลเมตร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมซักถาม แสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่างๆ ด้วยตนเอง และนำความเห็นที่ได้ไปพิจารณาปรับปรุงการดำเนินโครงการให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีผู้แทนจากกรมทางหลวง นำโดย นายเลิศ  พัดฉวี รองผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 17  นายชัพวิชญ์  ไตรแพทย์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงพังงา และเจ้าหน้าที่สำนักงานทางหลวงที่ 17 นำเสนอรายละเอียด ตอบข้อซักถามที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว และ มีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ เอกชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า ผู้นำชุมชน ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่โครงการ สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมรับฟัง แสดงความคิดเห็น และ ข้อเสนอแนะ จำนวนทั้งสิ้น 150 คน

วีดีทัศน์
title
ชุดวีดีทัศน์ SDGชุดวีดีทัศน์ SDGs “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมปรับเปลี่ยน สู่ความยั่งยืนของไทยและโลกเรา”ของไทยและโลกเรา”
กรมทางหลวงกับมาตรการจัดการฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5
ผลงาน 1 ปี รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมและการพัฒนาคมนาคมเพื่อคนไทยและประเทศชาติ